ความหลากหลายจุลินทรีย์ในสภาพแวดล้อมพิเศษ: กรณีศึกษาในถ้ำของอุทยานธรณีโลกยูเนสโกสตูล ประเทศไทย

นักวิจัยจาก NBT ได้สํารวจ เก็บตัวอย่างและจัดจําแนกชนิดของจุลินทรียจากถ้ำในอุทยานธรณีโลกยูเนสโกสตูล  จํานวน 2 ถํ้า ได้แก่ ถ้ำเลเสตโกดอน ที่มุ่งเน้นศึกษาความหลากหลายของรา  และถ้ำภูผาเพชร ที่มุ่งเน้นศึกษาความหลากหลายของราและแบคทีเรีย โดยการเลือกสุ่มเก็บตัวอย่างเช่น หิน อากาศ น้ำ ดินหรือตะกอน หรืออินทรียวัตถุ จากนั้นจัดจำแนกชนิดของจุลินทรีย์ด้วยวิธีสัณฐานวิทยา ชีวโมเลกุล และ อนุกรมวิธานเชิงเคมี พร้อมทั้งวิเคราะห์ลักษณะหิน ชนิดของหิน ประเภทของหิน จากถ้ำเลเสตโกดอนและถ้ำภูผาเพชร

...

ผลการดำเนินงานในเบื้องต้นจากการเก็บตัวอย่างในพื้นที่ที่แตกต่างกันในบริเวณถ้ำเลเสตโกดอนและถ้ำภูผาเพชร นักวิจัย NBT สามารถจำแนกราดังกล่าวทั้งที่พบในถ้ำเลเสตโกดอนและถ้ำภูผาเพชร  พบว่ารา 5 สกุลอันดับแรก ได้แก่ ราในสกุล Penicillium  (ร้อยละ 22) รองลงมา Aspergillus (ร้อยละ 16), Trichoderma (ร้อยละ 13), Cladosporium (ร้อยละ 11) และ Acremonium (ร้อยละ 6) ตามลำดับโดยใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างยืนยันจำแนกชนิดด้วยวิธีชีวโมเลกุล โดยผลการวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ (ongoing research)      ในส่วนผลศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์กลุ่มแบคทีเรีย จากตัวอย่าง อากาศ น้ำ หิน ดินหรือตะกอน หรืออินทรียวัตถุ (ไบโอฟิล์ม) จากในถ้ำภูผาเพชร นักวิจัย NBT  สามารถคัดแยกแบคทีเรียและจำแนกชนิดของแบคทีเรียในเบื้องต้น พบแบคทีเรียในสกุล เช่น  Acinetobacter, Aeromonas,  Brevundimonas, Isoptericola,Pseudomonasและ
Pseudoduganellaเป็นต้น 

นอกจากนี้ผลการวิเคราะห์ทางเคมีของตัวอย่างหินของถ้ำเลเสตโกดอนและถ้ำภูผาเพชรจากกรมทรัพยากรธรณี โดยวิธีเอกซเรย์ฟลูออเรสเซนต์สเปคโตรเมตรี พบว่าหินที่พบจากทั้ง 2 ถ้ำจัดเป็นหินปูนไม่บริสุทธิ์ โดยหินของถ้ำเลเสตโกดอนพบทั้งหินปูนที่มีปริมาณแคลเซียมสูง และหินปูนแมกนีเซียม ในส่วนถ้ำภูผาเพชรพบเฉพาะหินปูนแมกนีเซียม ในส่วนการวิเคราะห์ระดับอินทรียวัตถุ และปริมาณไนโตรเจนทั้งหมด โดย หินจากทั้งสองถ้ำพบระดับอินทรียวัตถุอยู่ในระดับต่ำ โดยไม่พบปริมาณไนโตรเจนทั้งหมดในหินจากทั้งสองถ้ำในพื้นที่อุทยานธรณีโลกยูเนสโกสตูล​ ภายใต้ วัตถุประสงค์และภารกิจของ NBT ทั้งราและแบคทีเรียดังกล่าวจะถูกเก็บรักษาไว้ที่ NBT ในระยะยาว (long-term preservation) เพื่อการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ ต่อไป